Skip to main content
guest
Join
|
Help
|
Sign In
KMUTTSALC
Home
guest
|
Join
|
Help
|
Sign In
KMUTTSALC
Wiki Home
Recent Changes
Pages and Files
Members
Favorites
20
All Pages
20
home
1.4.1 การจัดชุมนุม
1.4.10 แบ่งปันประสบการณ์ผู้เขียน 2
1.4.9 แบ่งปันประสบการณ์ผู้เขียน 1
1.6.1 .ชฎา ทำอย่างไร จึงจะเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองได้
1.6.10 นภาภรณ์ การฝึกภาษาอังกฤษ ณ ต่างประเทศ
1.6.10 พรพล การใช้เครื่องมือออนไลน์กับการเรียนภาษาอังกฤษ
1.6.11 นภาภรณ์ฝึกภาษาจากการกำหนดเงื่อนไขให้กับตนเอง
1.6.2 ขนิษฐา English Outside The Box_1
1.6.3 ขนิษฐา English Outside The Box_2
1.6.4 นภาภรณ์ วิธีการฝึกฝนทักษะทางภาษาอังกฤษด้วยตนเอง
1.6.5 นภาภรณ์ ไม่มีเวลา จะฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษได้ไหม
1.6.6 นภาภรณ์ ตัวอย่างการสอดแทรกการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเองเข้ากับกิจวัตรประจำวัน1
1.6.7 นภาภรณ์ ตัวอย่างการสอดแทรกการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเองเข้ากับกิจวัตรประจำวัน 2
1.6.8 นภาภรณ์ เรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านภาพยนตร์
1.6.9 นภาภรณ์ การฝึกฝนภาษาอังกฤษจากบทเพลง
1.7.2 ขนิษฐา English Outside The Box_3
1.7.3 นภาภรณ์ ฝึกฝนภาษาอังกฤษผ่านTablet
1.8.1 ขนิษฐา Imaginative Dialogue
1.8.2 ขนิษฐา Practice Partners
see more
Add
Add "All Pages"
Done
1.9.1 ขนิษฐา English outside the box_4
Edit
0
1
…
0
Tags
No tags
Notify
RSS
Backlinks
Source
Print
Export (PDF)
Magazine/ Newspaper/ Pocket Book/ Comics:
นานาสารพันน่าอ่าน
ขึ้นชื่อว่า
‘
หนังสือ
’
อาจมีหลายท่านเตรียมตัวส่ายหัวและรู้สึกไม่ถูกชะตากับเจ้าตัวหนังสือเย็บเล่มพวกนี้ พอหยิบขึ้นมาเปิดทีไรเป็นต้องหลับทุกที แล้วอย่างนี้จะฝึกทักษะอ่านอย่างไรดี จริงๆแล้วการอ่านภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะตำรา หรือแบบทดสอบเท่านั้น คุณสามารถเลือกอ่านหนังสือที่มอบความบันเทิงให้คุณก็ได้ เช่น นิตยสารต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ นิยาย เรื่องสั้น หรือแม้แต่การ์ตูนที่เป็นภาษาอังกฤษ คุณสามารถเลือกซื้อได้ตามความสนใจของคุณ เช่น สำหรับคุณแม่บ้าน อาจลองหาซื้อหนังสือทำอาหารภาษาอังกฤษ และถ้าคุณไม่ซีเรียสว่าต้องเป็นเล่มล่าสุด คุณอาจไปเลือกซื้อตามร้านขายหนังสือมือสองก็ได้ค่ะ หลังจากนั้น ดิฉันว่าขั้นตอนนี้เป็นสเต็ปที่ยากสุด วัดใจที่สุด และเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญในการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเองว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน นั่นก็คือ
‘
การตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน
’
(Goal Setting)
คุณอาจตั้งเป้าตัวเองให้อ่านอย่างน้อยอาทิตย์ละคอลัมน์ หรือกี่หน้า อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเวลาว่างที่คุณมี และความน่าสนใจของหนังสือที่คุณเลือกมาด้วย ในการอ่านหนังสือประเภทเหล่านี้ คุณไม่จำเป็นจะต้องรู้คำศัพท์ทุกๆคำ ดิฉันอยากขอร้องให้คุณลองอ่านข้ามไปบ้าง และฝึกเดาบ้าง ตราบใดที่คุณยังรู้สึกว่าพอเข้าใจอยู่ และหลังจากคุณอ่านคอลัมน์นั้นจบ ถ้าคุณอยากจะเช็คความเข้าใจ ความถูกต้องในการเดาของคุณ คุณอาจจะค่อยลองเปิดดิกชันนารีในภายหลังค่ะ ดังนั้นในเริ่มแรกไม่แปลกเลยหากคุณจะเริ่มจากอ่านหนังสือที่ไม่ยากเกินไป หรือเล่มเล็กๆก่อน เช่น นิตยสาร หรือ หนังสืออ่านเล่นสำหรับนักเรียน ซึ่งคำศัพท์และการใช้ภาษาอาจจะง่ายกว่า และทำให้คุณไม่ท้อซะก่อนค่ะ
นอกจากนี้ ดิฉันยังมีวิธีง่ายๆในการฝึกการอ่านภาษาอังกฤษมาแนะนำนะคะ สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยอาจลองอ่านแค่อะไรสั้นๆ วันละประโยคสองประโยคก็ได้ค่ะ เพียงคุณลองดาวน์โหลดแอฟพลิเคชั่น
DailyQuote
ลงในมือถือหรือ
tablet
ของคุณ ในทุกเช้าเจ้าแอฟฯนี้ก็จะส่งข้อความที่อาจเป็นการหยิบยกคำพูดของบุคคล หรือสำนวนดีๆในเชิงสร้างแรงบังดาลใจ
(Inspirational quotes)
ซึ่งดิฉันการันตีว่านอกจากคุณจะได้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษ เรียนรู้ศัพท์หรือไวยากรณ์ใหม่ๆทุกวันแล้ว คุณจะยังได้ฝึกเรื่องตีความ การเปรียบเปรยอุปมาอุปมัย
(Simile and Metaphor)
และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณจะได้คือ
‘
ความสุขง่ายๆ
’
และ
‘
ข้อคิดดีๆ
’
จากการอ่านสั้นๆเพียงไม่กี่ประโยค แล้วคุณจะพบว่าเพียงคำไม่กี่คำที่ร้อยเรียงเป็นประโยค อาจสามารถเปลี่ยนโลกทางความคิดของคุณได้ตลอดกาล ดังคำพูดของ
Dr.Seuss
นักเขียนชื่อดัง
“The more that you read the more things you know. The more that you learn the more places you’ll go.”
Javascript Required
You need to enable Javascript in your browser to edit pages.
help on how to format text
Turn off "Getting Started"
Home
...
Loading...
ขึ้นชื่อว่า ‘หนังสือ’ อาจมีหลายท่านเตรียมตัวส่ายหัวและรู้สึกไม่ถูกชะตากับเจ้าตัวหนังสือเย็บเล่มพวกนี้ พอหยิบขึ้นมาเปิดทีไรเป็นต้องหลับทุกที แล้วอย่างนี้จะฝึกทักษะอ่านอย่างไรดี จริงๆแล้วการอ่านภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องเป็นเฉพาะตำรา หรือแบบทดสอบเท่านั้น คุณสามารถเลือกอ่านหนังสือที่มอบความบันเทิงให้คุณก็ได้ เช่น นิตยสารต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ นิยาย เรื่องสั้น หรือแม้แต่การ์ตูนที่เป็นภาษาอังกฤษ คุณสามารถเลือกซื้อได้ตามความสนใจของคุณ เช่น สำหรับคุณแม่บ้าน อาจลองหาซื้อหนังสือทำอาหารภาษาอังกฤษ และถ้าคุณไม่ซีเรียสว่าต้องเป็นเล่มล่าสุด คุณอาจไปเลือกซื้อตามร้านขายหนังสือมือสองก็ได้ค่ะ หลังจากนั้น ดิฉันว่าขั้นตอนนี้เป็นสเต็ปที่ยากสุด วัดใจที่สุด และเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญในการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเองว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน นั่นก็คือ ‘การตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน’ (Goal Setting)คุณอาจตั้งเป้าตัวเองให้อ่านอย่างน้อยอาทิตย์ละคอลัมน์ หรือกี่หน้า อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเวลาว่างที่คุณมี และความน่าสนใจของหนังสือที่คุณเลือกมาด้วย ในการอ่านหนังสือประเภทเหล่านี้ คุณไม่จำเป็นจะต้องรู้คำศัพท์ทุกๆคำ ดิฉันอยากขอร้องให้คุณลองอ่านข้ามไปบ้าง และฝึกเดาบ้าง ตราบใดที่คุณยังรู้สึกว่าพอเข้าใจอยู่ และหลังจากคุณอ่านคอลัมน์นั้นจบ ถ้าคุณอยากจะเช็คความเข้าใจ ความถูกต้องในการเดาของคุณ คุณอาจจะค่อยลองเปิดดิกชันนารีในภายหลังค่ะ ดังนั้นในเริ่มแรกไม่แปลกเลยหากคุณจะเริ่มจากอ่านหนังสือที่ไม่ยากเกินไป หรือเล่มเล็กๆก่อน เช่น นิตยสาร หรือ หนังสืออ่านเล่นสำหรับนักเรียน ซึ่งคำศัพท์และการใช้ภาษาอาจจะง่ายกว่า และทำให้คุณไม่ท้อซะก่อนค่ะ