การฝึกฝนภาษาอังกฤษจากบทเพลง
วิธีการที่จะแนะนำนี้ก็คล้ายคลึงกับการฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการชมภาพยนตร์ที่ผู้เขียนได้แนะนำไปแล้วในบทความก่อนหน้า แต่ได้เปรียบกว่าตรงที่การฟังเพลงนั้นแม้ฟังซ้ำๆกันหลายๆรอบก็ยังไม่เบื่อเท่ากับการชมภาพยนตร์เรื่องเดิมซ้ำเกินหนึ่งครั้ง และยังมีเนื้อร้องตายตัวสามารถร้องตามได้ โดยวิธีการที่จะแนะนำมีดังต่อไปนี้
- เริ่มต้นจากการเลือกเพลง/ศิลปินที่ท่านชื่นชอบ แนะนำว่าสำหรับผู้เริ่มต้นไม่ควรเลือกเพลงที่ร้องเร็วเกินไป เช่น เพลงแร็พ เพราะนอกจากจะนักร้องจะร้องเพลงด้วยความเร็วแล้ว ยังมีศัพท์แสลง /ศัพท์แปลกๆมากมายซึ่งยากต่อการทำความเข้าใจ
- ในการฟังครั้งแรกๆนั้น ท่านอาจยังไม่ต้องใส่ใจรายละเอียดมากนัก อาจร้องคลอเบาๆไปกับศิลปิน สำหรับคำที่ฟังไม่ออก ขอให้ท่านลองใช้เทคนิคการเดาคำศัพท์จากปริบทดูก่อน
- ขั้นต่อมา ลองเข้าอินเทอร์เน็ต ค้นหาเนื้อร้องของเพลง เว็บไซต์ที่แนะนำ ได้แก่ www.lyrics.com โดยสามารถค้นหาจากชื่อเพลง หรือ ชื่อศิลปินก็ได้ อีกทั้งยังสามารถพิมพ์ความเห็นที่มีต่อเนื้อเพลงเพื่อเป็นการฝึกทักษะการแต่งประโยคภาษาอังกฤษและการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อสื่อสารในสถานการณ์จริงได้อีกด้วย เมื่อได้เนื้อเพลงมาแล้ว ลองเอามาเปรียบเทียบดูว่าใกล้เคียงกับคำที่ท่านเดาไว้หรือไม่ คราวนี้ลองฟังเพลงพร้อมทั้งดูเนื้อร้อง และออกเสียงไปพร้อมๆกัน (ร้องคาราโอเกะ) ซึ่งวิธีนี้ยังสามารถนำไปฝึกขณะสังสรรค์กับเพื่อนได้อีกด้วย
- ท่านสามารถเพิ่มการฝึกฝนได้อีก ด้วยการลองแปลเนื้อเพลงภาษาอังกฤษดังกล่าวเป็นภาษาไทยด้วยตนเอง จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับเนื้อเพลงที่ได้มีการแปลไว้แล้ว ท่านสามารถหาเนื้อเพลงสากลที่แปลเป็นไทยได้จากเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ http://www.songstranslator.com/ และ http://www.melodyinthai.com/โดยลองสังเกตข้อแตกต่างของเนื้อเพลงที่ตนเองแปลกับเนื้อเพลงแปลจากเว็บไซต์ และเรียนรู้จากข้อผิดพลาด ในขั้นตอนนี้ท่านยังสามารถเรียนรู้ทักษะการแปล อันจะเป็นประโยชน์ต่อการแปลภาษาอังกฤษของตนเองต่อไปอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนจากการฟังเพลงอาจมีข้อเสียอยู่บ้าง นั่นคือ เนื้อร้องอาจมีการตัดทอนคำเพื่อให้บทเพลงฟังแล้วสละสลวย แต่อาจไม่ถูกต้องการหลักไวยากรณ์ อีกทั้งเมื่อเป็นการร้องเพลง แน่นอนว่าการออกเสียง การเว้นวรรคคำ เสียงสูงเสียงต่ำในประโยค ย่อมไม่เหมือนกับการพูดปรกติ ท่านจึงอาจจะไม่สามารถเลียนแบบการออกเสียงทั้งหมดเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ อาจต้องตรวจสอบการออกเสียงจากโปรแกรมออกเสียงภาษาอังกฤษอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาจมีข้อเสียอยู่บ้าง ผู้เขียนยังคงเชื่อว่าท่านคงได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของการฟังเพลง ซึ่งเป็นอีกมุมที่ท่านสามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษไปพร้อมๆกับการผ่อนคลายความเครียดของท่านได้ นอกจากนี้ท่านยังสามารถนำแนวคิดดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับการจัดกิจกรรมให้นิสิตนักศึกษาได้ฝึกฝน โดยที่ไม่เกิดความเบื่อหน่ายต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษอีกด้วย

เกี่ยวกับผู้เขียน: นภาภรณ์ งามวิไลพงศ์
  • MA in Applied Linguistics (English Language Teaching)
  • อาจารย์พิเศษคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • อาจารย์ผู้ร่วมจัดกิจกรรม Club ต่างๆ ของศูนย์การเรียนรู้แบบพึ่งตนเอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (พ.ศ. 2546-ปัจจุบัน)