วิธีการฝึกฝนทักษะทางภาษาอังกฤษด้วยตนเอง (สำหรับผู้ที่ไม่ชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ!!!)
วิชาภาษาอังกฤษ อาจเปรียบเสมือนเป็นยาขมสำหรับใครหลายๆคน จากประสบการณ์การสอนและการจัดกิจกรรมชุมนุมของผู้เขียนทำให้ผู้เขียนทราบว่า ผู้เรียนบางรายที่มีความสนใจวิชาคำนวณอย่างมาก มักจะไม่ค่อยมีความสนใจหรือมีทัศนคติเชิงบวกกับวิชาภาษาอังกฤษสักเท่าไร การไม่รู้ภาษาอังกฤษอาจก่อให้เกิดความยุ่งยากมากมายในการเรียน การทำงานและการดำเนินชีวิต ในการเรียน หากภาษาอังกฤษไม่ดี ก็จะสอบไม่ผ่าน เกิดผลเสียตามมามากมาย เช่น อาจต้องลงเรียนซ้ำ เสียเวลา เสียเงิน เรียนจบไม่ทันเพื่อน อีกทั้งหากต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศก็จะทำได้ยากลำบาก เนื่องจากไม่สามารถสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษต่างๆเพื่อจะนำหลักฐานไปยื่นสมัครเรียนที่สถาบันการศึกษาต่างประเทศได้ ในด้านการทำงาน เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าภาษาอังกฤษเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ผู้บริหารใช้พิจารณาเพื่อเลื่อนตำแหน่งพนักงาน แม้ในการประกอบธุรกิจส่วนตัวการไม่รู้ภาษาอังกฤษ ก็ทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจของเรา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมักจะนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นในการดำเนินชีวิตของเราทุกวันนี้ ข้อมูลต่างๆรอบตัวเราก็เป็นภาษาอังกฤษ แม้กระทั่งสื่อความบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ ก็มีการใช้ภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย หากเราไม่รู้ภาษาอังกฤษก็จะขาดโอกาสที่จะเข้าถึงสื่อความบันเทิงดังกล่าวไปอย่างน่าเสียดาย
คำถามก็คือ หากไม่ชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ แล้วจะฝึกฝนภาษาอังกฤษได้บ้างไหม อย่างไร?
หลายๆคนเมื่อพูดถึงการเรียนภาษาอังกฤษ มักจะนึกถึงคำศัพท์ทางภาษาศาสตร์ ไวยากรณ์ ต่างๆสารพัดจะจินตนาการกันได้ไม่รู้จบ tenses ต่างๆซึ่งเรียนยังไงก็ไม่เข้าใจสักที ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ทำเอาไม่อยากจะนึกถึงการเรียนภาษาอังกฤษขึ้นมาเสียอย่างนั้น
คำตอบก็คือ ไม่ต้องฝึกด้วยการเรียนวิชาภาษาอังกฤษก็ได้แต่ลองเรียนอะไรก็ตามที่ตนเองชอบเป็นภาษาอังกฤษดู
บทความนี้จึงขอแนะนำวิธีการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตนเองสำหรับคนที่ไม่ชอบเรียนวิชาภาษาอังกฤษดังนี้
  1. 1. ลองคิดดูสิ ว่าตัวเองชอบเรียนอะไรเป็นพิเศษ ชอบมากๆ แล้วลองเลือกหาข้อมูลดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษมาอ่านหรือฟังก็ได้ เว็บไซด์หนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการฝึกฟังภาษาอังกฤษ คือ www.youtube.com/education โดยปกติคนทั่วไปรู้จักและเคยใช้ youtube อยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะใช้ฟังเพลง ดูคลิป หรือมิวสิควิดีโอต่างๆ แต่น้อยคนนักที่จะเคยลองใช้หมวดการศึกษา ซึ่งมีวิดีโอให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก และได้จัดประเภทหมวดหมู่ไว้ตามความชอบของผู้เรียนเอาไว้อย่างครบครัน เช่น หากเป็นนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ อาจเลือกชม วิดีโอหมวด Engineering หรือ หากเป็นนักศึกษาบริหารธุรกิจ อาจเลือกชมหมวด Business ในแต่ละหมวดหมู่ผู้เรียนยังสามารถเลือกรับชมการบรรยายวิชาทางสาขานั้นๆในชั้นเรียนของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้อีกด้วย เปรียบเสมือนได้ทดลองเรียนว่าหากเราได้เข้าไปเรียนในชั้นเรียนดังกล่าว เราจะเข้าใจเนื้อหามากน้อยเพียงใด นอกจากนั้น ยังมีหมวดหมู่อื่นๆให้เลือกอีกมากมาย เช่น Social Sciences, Medicine, Sciences, Lifelong learning, Mathematics, Humanities, Law เป็นต้น
  2. 2. ขณะที่อ่านหรือชมวิดีโอให้จดโน้ตย่อของตนเองไปด้วย เสมือนว่าเรากำลังเรียนวิชานั้นๆอยู่จริงๆ การจดโน้ตไปด้วยจะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เรากำลังเรียนได้ดีขึ้น อีกทั้งเมื่อเสร็จสิ้นการอ่านหรือการชมวิดีโอ เราจะพบว่าสิ่งที่เราได้รับนั้นไม่ได้เป็นแค่การฝึกฟังหรืออ่านภาษาอังกฤษแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่เรายังได้รับความรู้จากเนื้อหาวิชาที่เราสนใจซึ่งจะช่วยพัฒนาการเรียนในสาขาวิชาของเราเองได้อีกทางหนึ่งด้วย
เพียงเท่านี้เราก็จะได้เรียนรู้ในสิ่งที่เราชอบและยังสามารถฝึกฝนพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษของเราไปพร้อมๆกันได้อีกด้วย

เกี่ยวกับผู้เขียน: นภาภรณ์ งามวิไลพงศ์
  • MA in Applied Linguistics (English Language Teaching)
  • อาจารย์พิเศษคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
  • อาจารย์ผู้ร่วมจัดกิจกรรม Club ต่างๆ ของศูนย์การเรียนรู้แบบพึ่งตนเอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (พ.ศ. 2546-ปัจจุบัน)