การเขียนเป็นการสื่อสารความคิด ความรู้ ความสามารถ และอารมณ์ความรู้สึกต่างๆที่ผู้เขียนต้องการเปิดเผยและบอกเล่าให้ผู้อื่นทราบด้วยเหตุผลต่างๆกัน การเขียนจึงมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้เขียนนั้นๆ เทคนิคการเขียนภาษาอังกฤษในสถาบันการศึกษาก็เช่นเดียวกัน จะต้องมีความชัดเจนของวัตถุประสงค์และเนื้อหาในการนำเสนอ เพื่อที่นักเรียนนักศึกษาจะสามารถเรียนรู้และปฎิบัติได้จริง ซึ่งการเขียนที่ดีย่อมเป็นผลมาจากการอ่านที่ดีของนักศึกษาด้วย ในการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาที่ต้องการพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษ ผู้ให้คำปรึกษาสามารถแนะนำนักศึกษาตามขั้นตอนต่อไปนี้

วัตถุประสงค์การเขียนภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษา มีรูปแบบเฉพาะและขั้นตอนวีธีการที่ต้องมีเป้าหมายชัดเจนเพื่อตอบโจทย์ว่า วัตถุประสงค์การเขียนคืออะไร มีวิธีการเขียนอย่างไร เขียนเพื่อให้ใครอ่าน และมีรูปแบบเนื้อหาอย่างไร เพื่อที่นักเรียนนักศึกษาจะสามารถเรียนรู้และลงมือปฎิบัติด้วยความเข้าใจ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการชักจูงให้นักศึกษาสนใจและอยากเขียนต่อไปหรือไม่ สำหรับความยากง่ายของการใช้ภาษาอังกฤษขึ้นอยู่กับระดับชั้นของนักเรียนนักศึกษา การฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษควบคุ่ไปกับการฝึกเขียนจึงเป็นสิ่งจำเป็น และสิ่งสำคัญคือต้องมีการใช้เวลาอย่างต่อเนื่องในการฝึกฝนนักศึกษาในการเขียนอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในส่วนของเนื้อหาและไวยากรณ์

แนวทางและขั้นตอนการเขียน เมื่อนักศึกษารับทราบถึงวัตถุประสงค์ของการเขียนที่ชัดเจนแล้ว ขั้นตอนของการเขียนจะต้องมีวิธีการที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน ดังต่อไปนี้


การวางแผนการเขียน โดยอาจารย์ให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาในการวางแผนก่อนการเขียน การเขียนที่ดีต้องมีการวางแผนก่อนลงมือเขียน ประกอบด้วย การหาหัวข้อเรื่องที่จะเขียน การค้นหาข้อมูลหรือระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อนั้นๆ เพื่อให้มองเห็นภาพเรื่องราวที่จะนำเสนอ ว่ามีกี่ส่วนประกอบด้วยอะไรบ้างในเบื้องต้น โดยเขียนความคิดเหล่านี้ลงบนกระดาษ เพื่อเป็นโครงร่างของเนื้อหาที่จะเขียนต่อไป อาจารย์ควรให้คำแนะนำการวางแผนการเขียนอย่างชัดเจน โดยอาจนำเสนอตัวอย่างโครงเรื่องให้นักศึกษาเห็นภาพและมีความเข้าใจ

การลงมือเขียน เมื่อนักศึกษามองเห็นภาพของเนื้อเรื่องที่มีโครงร่างแล้ว ให้เริ่มเขียนตามกรอบที่วางไว้ โดยยังไม่ต้องห่วงเรื่องไวยากรณ์อังกฤษและความถูกต้องครบถ้วนของเนื้อหาทั้งหมด เพราะเป็นร่างครั้งแรก ที่สามารถกลับมาทบทวนและแก้ไขได้ในครั้งต่อๆไปได้ สิ่งสำคัญคือ ต้องลงมือเขียนทันทีที่มีโครงร่างแล้วและอาจารย์ควรแนะนำนักศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบและรูปแบบการเขียนที่ประกอบด้วย การกล่าวนำ การนำเสนอเนื้อหา และการสรุป รวมทั้งโครงสร้างของประโยคและการเชื่อมโยงกัน

การอ่านและทบทวนร่างที่เขียน นักศึกษาจะต้องใช้เวลาอ่านและทบทวนร่างที่เขียน เพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาให้สอดคล้องและชัดเจนตามวัตถุประสงค์ และสร้างจุดเด่นให้กับข้อเขียนของตัวเอง ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายครั้งหากมีเวลา ในขั้นตอนนี้นักศึกษาจะเห็นข้อบกพร่อง แก้ไข เพิ่มเติมความชัดเจนจนเห็นเป็นภาพที่ต้องการสื่อสารหรือนำเสนอ ซึ่งอาจารย์ควรให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาอย่างละเอียดในขั้นตอนนี้ด้วย เพื่อแนะนำการปรับปรุงเนื้อหาและแก้ไขไวยากรณ์อังกฤษให้ถูกต้องด้วยตัวนักศึกษาเอง

การตรวจสอบขั้นสุดท้าย หลังจากนักศึกษาปรับปรุงร่างตามคำแนะนำของอาจารย์แล้วเสร็จ ควรตรวจสอบข้อเขียนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อดูความสมบูรณ์ของภาษาและภาพที่ปรากฏในข้อเขียนก่อนนำเสนอเป็นครั้งสุดท้าย สิ่งสำคัญคือนักศึกษาได้ตรวจสอบความพึงพอใจของงานเขียนของตัวเองที่ต้องการสื่อสารให้ผู้อ่านทราบด้วย
การเขียนที่มีพลังจะสื่อสารให้ผู้อ่านเห็นภาพและเข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสารออกมา การเขียนจึงเป็นการฝึกพัฒนาสมองที่ดีเยี่ยมอย่างหนึ่ง เพราะการเขียนคือการสื่อสารความคิดออกมาเป็นภาษาให้ผู้อื่นเข้าใจได้


สุวรรณา ดุลยอนุกิจ
อาจารย์พิเศษคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี