Skip to main content
guest
Join
|
Help
|
Sign In
KMUTTSALC
Home
guest
|
Join
|
Help
|
Sign In
KMUTTSALC
Wiki Home
Recent Changes
Pages and Files
Members
Favorites
20
All Pages
20
home
1.4.1 การจัดชุมนุม
1.4.10 แบ่งปันประสบการณ์ผู้เขียน 2
1.4.9 แบ่งปันประสบการณ์ผู้เขียน 1
1.6.1 .ชฎา ทำอย่างไร จึงจะเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองได้
1.6.10 นภาภรณ์ การฝึกภาษาอังกฤษ ณ ต่างประเทศ
1.6.10 พรพล การใช้เครื่องมือออนไลน์กับการเรียนภาษาอังกฤษ
1.6.11 นภาภรณ์ฝึกภาษาจากการกำหนดเงื่อนไขให้กับตนเอง
1.6.2 ขนิษฐา English Outside The Box_1
1.6.3 ขนิษฐา English Outside The Box_2
1.6.4 นภาภรณ์ วิธีการฝึกฝนทักษะทางภาษาอังกฤษด้วยตนเอง
1.6.5 นภาภรณ์ ไม่มีเวลา จะฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษได้ไหม
1.6.6 นภาภรณ์ ตัวอย่างการสอดแทรกการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเองเข้ากับกิจวัตรประจำวัน1
1.6.7 นภาภรณ์ ตัวอย่างการสอดแทรกการฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษด้วยตนเองเข้ากับกิจวัตรประจำวัน 2
1.6.8 นภาภรณ์ เรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านภาพยนตร์
1.6.9 นภาภรณ์ การฝึกฝนภาษาอังกฤษจากบทเพลง
1.7.2 ขนิษฐา English Outside The Box_3
1.7.3 นภาภรณ์ ฝึกฝนภาษาอังกฤษผ่านTablet
1.8.1 ขนิษฐา Imaginative Dialogue
1.8.2 ขนิษฐา Practice Partners
see more
Add
Add "All Pages"
Done
เทคนิคการฝึกและพัฒนาการฟังภาษาอังกฤษด้วยตนเอง
Edit
0
2
…
0
Tags
No tags
Notify
RSS
Backlinks
Source
Print
Export (PDF)
โดยปกติแล้วคนไทยในยุคปัจจุบันจะเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่อยู่ระดับก่อนชั้นประถมศึกษา
ทำให้มีความสามารถด้านไวยกรณ์และมีความรู้ด้านคำศัพท์อยู่ในระดับที่สามารถอ่านออกและเขียนได้ แต่สำหรับทักษะที่สำคัญเช่นการฟังในบางคนนั้นกลับอยู่ในระดับที่เป็นปัญหา คือฟังไม่เข้าใจจนทำให้รู้สึกว่าทักษะการฟังเป็นเรื่องที่ยากทั้งๆที่เป็นเรื่องปติในการเรียนทุกๆภาษาอยู่แล้วเพราะการฟังจะมีปัจจัยสำคัญๆเช่นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคน การเชื่อมคำ ประโยคแสลง และรูปแบบของประโยคที่ทำให้แตกต่างไปจากการเขียน เพราะฉะนั้นในเมื่อการฟังเป็นทักษะก็สามารถพัฒนาและการฝึกฝนให้ดีขึ้นได้และที่สำคัญคือสามารถฝึกฝนได้ด้วยตนเองอีกด้วย
สำหรับเทคนิคที่สำคัญที่ใช้ในการฝึกทักษะการฟังด้วยตนเองนั้นต้องอาศัยตัวช่วยที่ทำให้สะดวกสามารถฝึกได้ไม่จำกัดในเรื่องของเวลาและสถานที่พร้อมทั้งไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลยก็คือการฝึกโดยอาศัย
www.elllo.org
เว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดยผู้สอนภาษาอังกฤษท่านหนึ่งชื่อว่า
Todd Beuckens
ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีจุดประสงค์มอบให้สำหรับผู้เรียนได้ใช้ศึกษาโดยไม่คิดมูลค่า ผู้เรียนสามารถฝึกได้ทั้งการฟังและการอ่านโดยใช้วิธีการฝึกจากคำศัพท์ควบคู่กันไป จุดเด่นที่สำคัญคือมีแบบฝึกที่มีบทสนทนาที่มีน้ำเสียงของผู้พูดที่หลากหลายที่แสดงให้เห็น การเชื่อมคำ และรูปแบบของการใช้ภาษาในการสื่อสารที่มีจำนวนกว่าหมื่นแบบฝึกหัดพร้อมแบ่งแยกระดับความยากง่ายไว้ให้ด้วย
กระบวนการในการฝึกฝนการฟังด้วยตนเอง
1. หาสถานที่เรียนผ่อนคลาย สบายๆ แล้วเริ่มฟังบทเรียนตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่ดูบทสนทนทนาที่แนบมากับคลิปเสียง ที่สำคัญต้องพยายาม
ไม่กังวล
ว่าจะฟังไม่รู้เรื่องเลือกเรื่องที่เรา
สนใจ
จะได้มีแรงจูงใจและ
เรื่องที่ง่ายก่อน
จะทำให้มั่นใจเพิ่มขึ้น
2. ฟังซ้ำกี่ครั้งก็ได้ตามความพอใจเพื่อเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม
3. ฟังและหยุดคลิปทุกๆ 8 วินาที ขณะที่หยุดนั้นให้เขียนสิ่งที่ได้ฟังออกมาให้ได้มากที่สุด เมื่อฟังจบทั้งคลิปแล้ว ให้ทบทวนสิ่งที่เราจดไว้บนกระดาษทั้งหมดดูว่า พอจะเข้าใจหรือไม่ว่าในคลิปกำลังพูดถึงหัวข้อที่เราเลือกอย่างไร ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำพูด
4.ฟังคลิปเสียงอีกครั้ง โดยอ่านโน้ตย่อของตนเองตามไปด้วยแล้วเขียนเติมคำที่เราฟังเข้าใจเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ
5. เปรียบเทียบโน้ตย่อกับบทสนทนาจริงที่ถูกต้องที่เตรียมไว้ให้ พร้อมทั้งวิเคราะห์ดูว่าปัญหาในการฟังเกิดจากอะไร และลองพยายามแก้ปัญหานั้นๆ
6. ฟังคลิปอีกครั้งไปพร้อมๆ กับการอ่านบทสนทนาที่ถูกต้อง เพื่อตรวจสอบว่าตรงส่วนใดบ้างที่ยังทำไม่ได้ จากนั้นลองกลับไปฟังรอบสุดท้ายแบบไม่อ่านโน้ตและบทสนทนาฝึกตามขั้นตอนที่แนะนำบ่อยๆก็จะทำให้สามารถฟังได้เข้าใจดีขึ้น
พุทธรักษา ยันตระประกรณ์
อาจารย์พิเศษคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Email: aj_
put@hotmail.com
Javascript Required
You need to enable Javascript in your browser to edit pages.
help on how to format text
Turn off "Getting Started"
Home
...
Loading...
ทำให้มีความสามารถด้านไวยกรณ์และมีความรู้ด้านคำศัพท์อยู่ในระดับที่สามารถอ่านออกและเขียนได้ แต่สำหรับทักษะที่สำคัญเช่นการฟังในบางคนนั้นกลับอยู่ในระดับที่เป็นปัญหา คือฟังไม่เข้าใจจนทำให้รู้สึกว่าทักษะการฟังเป็นเรื่องที่ยากทั้งๆที่เป็นเรื่องปติในการเรียนทุกๆภาษาอยู่แล้วเพราะการฟังจะมีปัจจัยสำคัญๆเช่นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคน การเชื่อมคำ ประโยคแสลง และรูปแบบของประโยคที่ทำให้แตกต่างไปจากการเขียน เพราะฉะนั้นในเมื่อการฟังเป็นทักษะก็สามารถพัฒนาและการฝึกฝนให้ดีขึ้นได้และที่สำคัญคือสามารถฝึกฝนได้ด้วยตนเองอีกด้วย
สำหรับเทคนิคที่สำคัญที่ใช้ในการฝึกทักษะการฟังด้วยตนเองนั้นต้องอาศัยตัวช่วยที่ทำให้สะดวกสามารถฝึกได้ไม่จำกัดในเรื่องของเวลาและสถานที่พร้อมทั้งไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลยก็คือการฝึกโดยอาศัยwww.elllo.org เว็บไซต์นี้สร้างขึ้นโดยผู้สอนภาษาอังกฤษท่านหนึ่งชื่อว่า Todd Beuckens ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีจุดประสงค์มอบให้สำหรับผู้เรียนได้ใช้ศึกษาโดยไม่คิดมูลค่า ผู้เรียนสามารถฝึกได้ทั้งการฟังและการอ่านโดยใช้วิธีการฝึกจากคำศัพท์ควบคู่กันไป จุดเด่นที่สำคัญคือมีแบบฝึกที่มีบทสนทนาที่มีน้ำเสียงของผู้พูดที่หลากหลายที่แสดงให้เห็น การเชื่อมคำ และรูปแบบของการใช้ภาษาในการสื่อสารที่มีจำนวนกว่าหมื่นแบบฝึกหัดพร้อมแบ่งแยกระดับความยากง่ายไว้ให้ด้วย
กระบวนการในการฝึกฝนการฟังด้วยตนเอง
1. หาสถานที่เรียนผ่อนคลาย สบายๆ แล้วเริ่มฟังบทเรียนตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่ดูบทสนทนทนาที่แนบมากับคลิปเสียง ที่สำคัญต้องพยายามไม่กังวลว่าจะฟังไม่รู้เรื่องเลือกเรื่องที่เราสนใจจะได้มีแรงจูงใจและเรื่องที่ง่ายก่อนจะทำให้มั่นใจเพิ่มขึ้น
2. ฟังซ้ำกี่ครั้งก็ได้ตามความพอใจเพื่อเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม
3. ฟังและหยุดคลิปทุกๆ 8 วินาที ขณะที่หยุดนั้นให้เขียนสิ่งที่ได้ฟังออกมาให้ได้มากที่สุด เมื่อฟังจบทั้งคลิปแล้ว ให้ทบทวนสิ่งที่เราจดไว้บนกระดาษทั้งหมดดูว่า พอจะเข้าใจหรือไม่ว่าในคลิปกำลังพูดถึงหัวข้อที่เราเลือกอย่างไร ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำพูด
4.ฟังคลิปเสียงอีกครั้ง โดยอ่านโน้ตย่อของตนเองตามไปด้วยแล้วเขียนเติมคำที่เราฟังเข้าใจเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ
5. เปรียบเทียบโน้ตย่อกับบทสนทนาจริงที่ถูกต้องที่เตรียมไว้ให้ พร้อมทั้งวิเคราะห์ดูว่าปัญหาในการฟังเกิดจากอะไร และลองพยายามแก้ปัญหานั้นๆ
6. ฟังคลิปอีกครั้งไปพร้อมๆ กับการอ่านบทสนทนาที่ถูกต้อง เพื่อตรวจสอบว่าตรงส่วนใดบ้างที่ยังทำไม่ได้ จากนั้นลองกลับไปฟังรอบสุดท้ายแบบไม่อ่านโน้ตและบทสนทนาฝึกตามขั้นตอนที่แนะนำบ่อยๆก็จะทำให้สามารถฟังได้เข้าใจดีขึ้น
พุทธรักษา ยันตระประกรณ์
อาจารย์พิเศษคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
Email: aj_put@hotmail.com